Video Game And Me: Arcade Game (Part1)

แรงบันดาลใจที่อยากให้ผมบันทึกเรื่องราวนี้เกิดขึ้นจากที่ผมสังเกตเห็น บุ๊ค ลูกชายผม ตั้งแต่เขาอายุประมาณ 2-3 ขวบ เขามีความสนอกสนใจกับเกม หรือวีดีโอเกม มากตามปกติ ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นธรรมชาติของเด็กทุกคน และผมไม่ได้ปิดกั้น เนื่องจากเคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาก่อน

ลูกชายผมเป็นเด็กยุคใหม่จึงมีโอกาสเข้าถึงสิ่งเหล่านี้มากกว่าผม คือเขาไม่ต้องไปขวนขวายจากข้างนอกเลย ในวัยเท่าเขาผมอยากเล่นเกม อยากรู้อยากเห็นอยู่แล้วล่ะ แต่ไม่มีผู้ใหญ่สนับสนุนและไม่มีกำลังทรัพย์ ในวันนี้พ่อของเขาคือผม มีสิ่งเหล่านี้อยู่กับตัว (ทำงานด้านนี้ด้วย) ทุกเช้าลูกชายคนนี้ก็เลยจะคอยปลุกผม หกโมงเช้าก่อนไปโรงเรียน ขอเล่นแทบเล็ต อย่างตอนนี้เขาจะชอบ Ipad Mini 6 ของผมมาก เขาจะเรียกว่า “เครื่องตัวเล็ก” ผมก็จะเดินไปหยิบมาให้เล่น (เขาจะถูกสอนให้ขอก่อนเล่น)

มองลูกผมแล้วนึกถึงตัวเองสมัยเด็กๆ (ถึงแม้ผมจะเริ่มเข้าสู่วงการวีดีโอเกมไม่เด็กขนาดนี้ก็เถอะ) พอมีเวลาก็เลยตั้งใจบันทึกความทรงจำนี้ไว้ให้ลูกอ่าน เรื่องราวชีวิตของผมที่ผูกพันกับวีดีโอเกม ทุกอย่างเริ่มต้นสมัยผมเรียนอยู่ป.2 (ค.ศ. 1986) ผมได้มีโอกาสเห็นสิ่งที่เรียกว่าวีดีโอเกมครั้งแรก แล้วเป็น First Impression รุนแรงมากในสวนน้ำธารหิรัญ สวนน้ำของโคราชที่สร้างเลียนแบบ แดนเนรมิตร และสวนสยาม แต่ยุติกิจการอย่างรวดเร็วในไม่กี่ปีถัดมา (ปัจจุบันกลายเป็นโรงแรมสีมาธานี)

ผมมีโอกาสได้นั่งรถมอเตอร์ไซค์พ่วงจากเพื่อนของอาพามาที่นี่พร้อมกับลูกๆของเขา แต่ตอนนั้นเขาพามาช่วงเย็นๆ ผมเลยไม่ได้ไปโซนสวนน้ำ ความทรงจำเป็นภาพรางๆ จำได้แต่สไลเดอร์ยักษ์สีรุ้งเมื่อมองจากไกลๆ แต่สิ่งที่แจ่มชัดและอยู่ในความทรงจำผมที่สุดคือ โซนเครื่องเล่น ตู้เกมหยอดเหรียญ(Arcade Game) ที่ต้องเอาเงินไปซื้อเหรียญเฉพาะ (Coin) เพื่อมาหยอดลงตู้ก่อนจะได้เล่น ซึ่งผมนั้นไม่มีเงินสักบาท จะเดินไปขอเพื่อนอาก็ไม่กล้า เขาพามาด้วยก็บุญแล้ว ก็เลยไปยืนดู เกาะตู้เกมด้วยความสนอกสนใจ เพราะตอนนั้นในความคิดของเด็กอย่างผมคือ วีดีโอเกม คือหนังการ์ตูน(อนิเมชั่น)ที่บังคับได้ เพิ่งเคยเห็นกับตาครั้งแรกและตื่นเต้นมาก

คุณก็นึกดูเอาละกัน ตู้เกมจอใหญ่ๆ รูปร่างอลังการผสมระหว่างงานไม้กับอิเล็กทรอนิกส์ สีสันสวยงาม เสียงสนั่นหวั่นไหว(สมัยก่อนตู้เกมจะเปิดสุดเสียงเต็มแม็กตลอด เวลามีหลายเครื่องวางใกล้กันประชันเสียงสะใจมาก) คันบังคับ(จอยสติ๊ก)ที่มีเอกลักษณ์ มันทำให้ผมอดตื่นเต้นไม่ไหว อยากเล่นจนตัวสั่น แต่วันนั้นไม่มีโอกาสได้เล่นเลยสักครั้งเดียว แต่เกมมันก็จะมีการ Idle โชว์เกมเพลย์ไตเติลไปเรื่อยๆ ผมก็ไปเกาะตุ้ยืนดู ตู้ไหนว่างก็จะไปนั่ง โยกจอยสติ๊กเล่น จินตนาการว่ากำลังบังคับอยู่ พอเห็นใครสักคนเดินมาหยอด ผมก็จะรีบไปดูเขาเล่นทันที

จำได้ว่าเกมที่เห็นที่นั่นแล้วชอบคือ Donkey Kong (1981) แล้วก็ Rally-X (1980) เป็นสองเกมแรกที่กระแทกใจผมที่สุด Donkey Kong ชอบเพราะมันเห็นทุกอย่างในหน้าจอเดียว ตั้งแต่ที่ดองกี้คองกลิ้งถังลงมา จนมาริโอต้องคอยหลบหลีกและทำลาย ยากแต่รู้สึกท้าทาย ส่วน Rally-X ชอบไอเดียที่รถมันปล่อยควันออกมาเหมือนรถตดได้ รู้สึกว่าน่าสนุกดี วันนั้นพอกลับมาบ้านเล่นเอานอนไม่หลับ อยากเห็นอยากดูเกมตู้อีก และใฝ่ฝันว่าจะมีโอกาสเล่นมันให้ได้

แต่งงาน

ปีพ.ศ.2559 ที่ผ่านมา มีเรื่องที่สำคัญเกิดขึ้นกับผมอยู่ 2 อย่าง

คือบวชกลางปี และเบียดปลายปี

w3-front-rgb

การ์ดงานแต่งงานของผม

น้องๆหลายคนยังถามผมด้วยความประหลาดใจ เอ้า พี่บอยมีแฟนด้วยนิ? ที่เขาไม่รู้เพราะไม่เคยถาม และหลายคนผมตอบว่ามีแต่เขาไม่เชื่อ -ฮา เพราะบุคลิกผมเหมือนคนไม่มีแฟน ไปไหนมาไหนฉายเดี่ยวตลอด (ผมชอบไปดูหนังคนเดียว) เมื่อผมบอกว่าจะไปแต่งงานทุกคนจึงงงกันหมด (ทุกวันนี้ผมยังทึ่งตัวเอง เฮ้ย กูมีแฟนจริงๆด้วย)

117264

ปัจุบันเธอทำงานฝ่ายธุรการที่ รพ.จัตุรัส ชัยภูมิ

ผมรู้จักแฟนผมเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ตอนนั้นเธอทำงานเป็นผู้จัดการร้านแมงป่อง แล้วผมชอบไปซื้อหนังอาร์(ต)ที่นั่น เรารู้จักกันท่ามกลางบรรยากาศหนังแผ่น

การที่ผมได้ลงเอยกับเธอคนนี้ทำให้ผมเชื่อในเรื่องพรหมลิขิต ถึงจะมีเหตุผลรองรับทางวิทยาศาสตร์มากมาย เช่น เรามีนิสัยตรงกันคือค่อนข้างเรียบร้อย ไม่ชอบเที่ยวกลางคืน รักสัตว์ ฯลฯ

67216

งานแต่งงานของเราจัดอย่างเรียบง่ายที่บ้านของเธอในบ้านหนังบัวใหญ่ อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ แขกเหรื่อพอประมาณ เป็นไปอย่างอบอุ่น ผมขอบคุณทุกคนที่ยินดีในความรักของเรา

ยะ

somphob

ชื่อ สมภพ ลิมป์คุ้มธรณี (ยะ,Juninya)

ตำแหน่ง เพื่อนของบอย

เกิด 23 ตุลาคม พ.ศ.2521

สูง 185 cm

น้ำหนัก 85 kg

สีที่ชอบ น้ำเงิน ขาว

อุปนิสัย เป็นคนเงียบๆ เฉยๆ ไม่สุงสิงกับใคร

งานอดิเรก ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ

การศึกษา ปริญญาโทรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, นิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา

ผลงาน

  • พ.ศ. 2551 เขียนบทความออทิสติกที่ไร้ขีดจำกัดลงในบล็อก exteen.com
  • พ.ศ. 2552 จนถึงปัจจุบัน เขียนคอลัมน์ศิลปะ บันเทิง ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์โคราชรายวัน
  • พ.ศ. 2553 เขียนพ็อกเก็ตบุ๊ค นายพลรอมเมล จิ้งจอกทะเลทราย และเอ็มเบดการ์ ด็อกเตอร์หัวใจพุทธะ ให้สำนักพิมพ์ปราชญ์
  • พ.ศ. 2554 เขียนพ็อกเก็ตบุ๊ค ตามรอยเท้ายักษ์ ให้สำนักพิมพ์ปราชญ์
  • พ.ศ. 2558 เขียน e-Book เรื่อง เด็กใจเพชร ให้ That Publishing

ความสามารถ เขียนบทความ พ็อกเก็ตบุ๊ค และรายงานการวิจัย