แต่งงาน

ปีพ.ศ.2559 ที่ผ่านมา มีเรื่องที่สำคัญเกิดขึ้นกับผมอยู่ 2 อย่าง

คือบวชกลางปี และเบียดปลายปี

w3-front-rgb

การ์ดงานแต่งงานของผม

น้องๆหลายคนยังถามผมด้วยความประหลาดใจ เอ้า พี่บอยมีแฟนด้วยนิ? ที่เขาไม่รู้เพราะไม่เคยถาม และหลายคนผมตอบว่ามีแต่เขาไม่เชิื่อ -ฮา เพราะบุคลิกผมเหมือนคนไม่มีแฟน ไปไหนมาไหนฉายเดี่ยวตลอด (ผมชอบไปดูหนังคนเดียว) เมื่อผมบอกว่าจะไปแต่งงานทุกคนจึงงงกันหมด (ทุกวันนี้ผมยังทึ่งตัวเอง เฮ้ย กูมีแฟนจริงๆด้วย)

117264

ปัจุบันเธอทำงานฝ่ายธุรการที่ รพ.จัตุรัส ชัยภูมิ

ผมรู้จักแฟนผมเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ตอนนั้นเธอทำงานเป็นผู้จัดการร้านแมงป่อง แล้วผมชอบไปซื้อหนังอาร์(ต)ที่นั่น เรารู้จักกันท่ามกลางบรรยากาศหนังแผ่น

การที่ผมได้ลงเอยกับเธอคนนี้ทำให้ผมเชื่อในเรื่องพรหมลิขิต ถึงจะมีเหตุผลรองรับทางวิทยาศาสตร์มากมาย เช่น เรามีนิสัยตรงกันคือค่อนข้างเรียบร้อย ไม่ชอบเที่ยวกลางคืน รักสัตว์ ฯลฯ

67216

งานแต่งงานของเราจัดอย่างเรียบง่ายที่บ้านของเธอในบ้านหนังบัวใหญ่ อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ แขกเหรื่อพอประมาณ เป็นไปอย่างอบอุ่น ผมขอบคุณทุกคนที่ยินดีในความรักของเรา

Advertisements

แสงสว่างในความมืด

 แม้พิการทางสายตา

แต่จ้อยมีความฝันที่จะทำอัลบั้มเพลงของตนเอง

วันหนึ่งในเดือนกรกฎาคม 2557 จ้อยได้มีโอกาสไปกราบหลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณ ซึ่งกำลังอาพาธที่วัดป่าสุคะโต และได้รับงานแต่งเพลง “ป่าร้องไห้”  ซึ่งเป็นบทกลอนที่หลวงพ่อคำเขียนได้เขียนเอาไว้เพื่อการอนุรักษ์ป่าไม้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้ จ้อยปัดฝุ่นความฝันของตนขึ้นมาอีกครั้ง

จ้อยไหว้วานเพื่อนที่ขอนแก่นชื่อ อนุชิต สิงห์ทอง (ผู้พิการทางสายตาเช่นกัน) ทำดนตรีขึ้นมาในคอมพิวเตอร์ โดยคิดราคามิตรภาพเพลงละ 500 บาท ครูฎา(บ้านคณิตฯ) จึงรวบรวมเงินจากกัลยาณมิตร คือกลุ่มรวมพลคนรักลูก คุณนัน (บริษัท คลังอะไหล่ยานยนต์)  คุณเล็ก (ร้านเล็กบรรจุภัณฑ์ สำเพ็งโคราช) สมทบทุนการทำ Backing Track ทั้งหมด 6 เพลง เป็นเงิน 3000 บาท ซึ่งเพลงที่เหลือจากนั้น จ้อยตั้งใจทำเป็น acoustic และอื่นๆ

เมื่อ Backing Track พร้อม ก็มาสู่ขั้นตอนการบันทึกเสียงร้อง แต่เดิมตั้งใจจะทำที่ห้องอัดในชัยภูมิ ตามที่พระอ.โน้สเคยเสนอไว้ แต่ระหว่างที่รอคำตอบอยู่นั้น คุณสมรรถ (บ้านแห่งไหม) ก็คุยกับคุณจ้อยและอยากจะช่วยเหลือ โดยแจ้งว่า หมาก (ลูกชายคุณสมรรถ) สามารถทำการบันทึกเสียงให้ได้ โดยใช้ studio ที่บ้านของคุณสมรรถและลูกชาย (Convoy Art Studio)

joi collage

การบันทึกเสียงครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเดือน ตุลาคม 2557 ที่ Convoy Art Studio และผลงานที่ได้ก็เป็นที่พอใจของจ้อย เพราะกว่าที่แต่ละเพลงจะเสร็จสมบูรณ์ ต้องแก้ไขปรับเปลี่ยนภายใต้ข้อจำกัดหลายครั้ง ขั้นตอนการบันทึกเสียงค่อนข้างใช้เวลายาวนาน ด้วยเหตุที่ทำได้เฉพาะวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันที่ทุกคนว่างเว้นจากการงาน แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมแต่ละคน จึงทำได้เพียงบางสัปดาห์เท่านั้น

กว่างานจะเสร็จสมบูรณ์ก็เข้าสู่เดือน พฤษภาคม 2558  จากนั้นก็เป็นกระบวนการออกแบบ artwork ปกซีดี และการประชาสัมพันธ์ โดยภาระนี้ตกเป็นของ บอย ธาตรี (รายการภาพชีวิต แพร่ภาพทาง kctv เคเบิ้ลทีวีโคราช) ผู้รับอาสาจัดทำให้เป็นอัลบั้มที่สมบูรณ์ สุดท้ายก็เป็นการส่งข้อมูลทั้งหมดเข้าโรงงานปั๊มแผ่น ต้นทุนในการปั๊มแผ่นเป็นเงินทั้งสิ้น 9750 บาท ไม่รวมค่าขนส่ง โดยค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้รับการช่วยเหลือจาก คุณวิชัย นิลพงษ์ (บริษัท คลังอะไหล่ยานยนต์) มอบให้มาทั้งสิ้น 10000 บาท

บุคคลที่ถูกกล่าวถึงมาข้างต้น และอีกหลายคนที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ ได้เข้ามามีส่วนช่วยเหลือในขั้นตอนต่างๆของอัลบั้มเพลงชุดนี้ ล้วนเป็นผู้ที่ได้เคยสัมผัสเรื่องราวชีวิต และ ฝีมือการเล่นดนตรี การร้อง การแต่งเพลงของจ้อย  จึงร่วมเป็นจิตอาสาเข้ามาช่วยเหลือ ด้วยใจหวังว่าอัลบั้มเพลงนี้จะเป็นเครื่องมือเบื้องต้นในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับจ้อย และเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ให้เขาเดินหน้าต่อไปในสายธรรม.

ฟังเพลงของจ้อย

**ปลายเดือนสิงหาคม 2558 รายการภาพชีวิตได้นำเสนอชีวิตจ้อยหลังจากขายซีดีเพลง

Joi & Me

เพราะผมทำรายการสารคดี ภาพชีวิต เกี่ยวกับเรื่องน่าสนใจในโคราช จ้อย เด็กวัดตาบอด ผู้มีความสามารถทางด้านดนตรี และเป็นจิตอาสาเต็มขั้น จึงกระแทกตาผมเข้าอย่างจัง

ผมเห็นจ้อยครั้งแรก ในสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งจัดงาน CSR (Corporate Social Responsibility – การดำเนินกิจกรรมภายในและภายนอกองค์กร) เป็นงานกินข้าวเย็นเล็กๆสบายๆ ภาพแรกที่ผมจำได้คือ จ้อยกำลังเล่นกีตาร์อยู่กับพี่สมรรถ (สมรรถ คุ้มสุวรรณ – บ้านแห่งไหม) จ้อยในคืนนั้นดูชิลมาก เขาเล่นเพลงของ Peter, Pual and Mary (ถ้าจำไม่ผิดคือเพลง Puff the Magic Dragon) สิ่งที่สะกิดใจผมตั้งแต่แรกคือ จ้อย ไม่ใช่คนตาบอด แต่เขาเป็นคนตาเบิ่ด นั่นคือไม่มีเบ้าตา ไม่มีอะไรคั่นกลางระหว่างจมูกกับหน้าผากทั้งนั้น

“ผมนึกถึงตัวตุ่นเมื่อผมเห็นจ้อย”

หลังจากที่ผมได้รู้จักจ้อย (ผ่านพี่สมรรถ) และได้ถ่ายทำรายการ ภาพชีวิต เกี่ยวกับจ้อย นั่นทำให้ผมรู้จักตัวตนของเขาเพิ่มขึ้น วรัญชัย สิงห์นนท์ เป็นชื่อจริงของจ้อย คนหนองคายมาระหกระเหินที่โคราช ช่วยงานด้านบรรยายที่วัดอีสาน และตอนเป็นเด็กเขาตัวนิดเดียวสมชื่อ จ้อย ไม่ได้อวบปานนี้

ผมไม่ได้สนิทกับทุกคนที่ผมเคยถ่ายทำรายการสารคดี แต่จะมีบางคนหลังจากนั้นที่สนิทเป็นพิเศษ ยกตัวอย่างเช่น จ้อย เราชอบฟังเพลงคล้ายๆกัน มีความคิดทำนองเดียวกัน ผมจึงไปมาหาสู่เขาบ่อยครั้ง พอได้ทราบข่าวว่าจ้อยออกมาจากวัดอีสาน มาใช้ชีวิตเป็นคนตาบอดโดยลำพังกลางเมือง ผมเริ่มรู้สึกกังวลบ้าง

แต่ก็ไม่รู้จะห่วงทำไม เพราะเขาก็ออกมาอยู่ข้างนอกนานแล้ว

เรื่องความฝันของจ้อย อยากมีอัลบั้มเพลงส่วนตัว ผมรู้ตั้งแต่คบ และเป็นหนึ่งในกองเชียร์ที่แอบผลักดัน ผมมั่นใจว่าเขามีความสามารถเพียงพอ และความฝันนี้ก็น่าจะเป็นจริงได้เวลาตื่น ภายหลังจ้อยบอกผมว่า เขากลับมามีไฟอยากทำอัลบั้มอีกครั้งขณะที่ผมถ่ายทำสารคดีชีวิตเขานั่นแหล่ะ

อัลบั้มเพลง แสงสว่างในความมืด เป็นอัลบั้มที่มีความหมายสำหรับจ้อยมาก นอกจากต้องใช้ระยะเวลาถึง 4 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ ยังเป็นอัลบั้มที่มีผองเพื่อนผลัดกันช่วยเหลือ และให้กำลังใจล้นหลาม (ผมเข้ามามีส่วนร่วมในปีที่สาม) การที่คนตาบอดหนึ่งคนจะทำอัลบั้มเพลง ลองจินตนาการถึงความยาก แล้วยิ่งถ้าทำแบบงบศูนย์ ยิ่งไปกันใหญ่ จากการอาสาจุนเจือจากคนรอบข้าง แสงสว่างในความมืด จึงคล้ายโปรเจคจิตอาสาระยะยาว

อัลบั้มนี้มีอะไรมากกว่าที่คิด

ผมอาสาเข้ามาช่วยเหลือจ้อยในด้านการประชาสัมพันธ์ (ช่วยแต่งเพลงให้จ้อยสองเพลงคือ ภาพชีวิต และ จิตอาสา) มั่นใจอย่างหนึ่งคือผมน่าจะเป็นคนฟังเพลงในอัลบั้มนี้บ่อยกว่าคนอื่น ตามความเห็นของผมถ้าตัดที่มาของอัลบั้มชุดนี้ และความพิการ ความด้อยทั้งหลายแหล่ทิ้งไป จะพบว่า อัลบั้มนี้คือเพชรที่ยังไม่เจียระไน การบันทึกเสียง หรือดนตรี การร้อง ด้านเทคนิคอาจมีตำหนิ แต่ในด้านเนื้อหาสาระ ความคิดที่นำเสนอ เป็นสิ่งที่น่าทึ่ง ถึงผมจะเป็นกองอวย แต่ผมก็ไม่ได้มาอวยส่งเดช ผมกล้ารับรองเลยครับ (ฮา)

แสงสว่างในความมืด คุณสามารถรับฟังฟรี

นอกจากสามารถฟังและดูได้ใน soundcloud หรือ youtube แล้ว อัลบั้มชุดนี้ยังสามารถดาวน์โหลดฟรีในรูปแบบ MP3 (320 kbps)ได้ที่ Download และสามารถสั่งซื้อในรูปแบบ CD ปกติ ได้เช่นกัน ให้กำลังใจ ติชมจ้อยได้ที่ 08 4702 5396

thatree.com

ที่มาของบล็อก (ที่พยายามให้ดูคล้ายเวบ) www.thatree.com เริ่มขึ้นเมื่อประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ 58 ตอนนั้นผมมีเหตุจำเป็นต้องรีบทำเวบขึ้นมาเพื่อนำไปเป็น portfolio สมัครงานตำแหน่งหนึ่ง (ภายหลังผมผ่านการคัดเลือก แต่ก็ปฏิเสธไป) เวบนี้ถูกสร้างขึ้นมาด้วย wordpress

กาลครั้งหนึ่ง ผมเคยทำบล็อก www.lifepicture.net ด้วย wordpress มาก่อน แต่ก็ร้างลาไปนาน เมื่อกลับมาศึกษา wordpress ในปัจจุบัน ผมตกใจที่เขาพัฒนาไปเร็วมาก คือคุณสามารถทำบล็อกส่วนตัว(สวยกว่าเดิม)โดยใช้เวลาไม่นาน แล้วระบบอะไรก็เตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ

www.thatree.com เป็นชื่อโดเมนที่ผมชอบ เพราะมาจากชื่อจริง ธาตรี ช่างเหล็ก ของผมเอง บล็อกนี้มีค่าใช้จ่ายต่อปีไม่แพง (ประมาณ 600 กว่าบาท) เลยตั้งใจจะพัฒนาให้ www.thatree.com เป็นช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการของผมสืบไป

Concept ของ www.thatree.com คือการแนะนำตัว หน้าแรกจึงมีหน้าตาเหมือนนามบัตร นอกจากบอกเบอร์โทรเวลาติดต่องานอื่นๆ จะมีช่องทางการติดต่อและรายละเอียดเกี่ยวกับตัวผมที่บล็อกนี้ ด้วยชื่อเวบจำง่าย (เพราะมันเป็นชื่อผมเอง)

ถ้ามีแต่เรื่องราวการงานของผมก็คงน่าเบื่อแย่ จึงมีบทความแสดงทัศนคติส่วนตัวลงไปในหน้า Talk และต้องมีที่ปล่อยของๆผมและเพื่อน ได้แก่ในหน้า Book กับ Download ซึ่งผมอยากให้คุณลองแวะเข้าไปดูว่า เราทำอะไรกันบ้าง ไม่ค่อยขายครับ เน้นแจก

ผมกำลังทำให้เป็นพื้นที่ส่วนตัว และส่วนรวม ให้เพื่อนและคนที่อยากเป็นเพื่อนกับผมได้ประโยชน์ หรือได้แรงบันดาลใจกลับไป ผมหวังจริงๆนะ

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมครับ เสนอแนะหรือทักทายกันได้

ธาตรี ช่างเหล็ก (บอย)