ผลงานอื่นๆ

boy draw

ภาพขณะเป็นนักศึกษาฝึกงานที่ ไทคอมิค สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ พ.ศ.2543

ผมมีความฝันหลายอย่าง ส่วนมากจะเป็นงานประเภทสร้างสรรค์ ผมจึงเบนเข็มจากปวช. ช่างก่อสร้าง วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา มาศึกษาต่อในสาขานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

นอกจากงานด้านขีดๆเขียนๆ ผมยังชอบงานด้านภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวอีกด้วย แต่ผมก็ไม่เคยลืมว่า “ตอนเป็นเด็ก ผมฝันอยากจะเป็นนักเขียนการ์ตูน”

ผมพยายามจะเขียนการ์ตูนอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในห้องเรียน(ฮา) เขียนลงในกระดาษสมุดให้เพื่อนๆอ่าน จนมาสบโอกาสช่วงว่างจากการเรียนจบช้าหนึ่งเทอม (โอนหน่วยกิตช่างก่อสร้างจาก วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี ไปยัง วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา) ผมหอบต้นฉบับการ์ตูนที่เขียนขึ้นเองไปเสนองานตามสำนักพิมพ์ในเมืองหลวง ลงท้ายด้วยความผิดหวัง ผมไปเกือบทุกสำนักพิมพ์ แต่ก็ล้มเหลวไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง ประสบการณ์ในตอนนั้นมีค่ามาก ทำให้ผมตัดสินใจเรียนสาขานิเทศศาสตร์

งานวีดีโอ เป็นสิ่งที่ผมถนัด มีความสุขที่ได้ทำ มีความภูมิใจที่ได้ทำเป็นอาชีพ แต่เชื่อไหม ทุกวันนี้ผมก็ยังมีความคิดอยากจะเขียนการ์ตูนเสมอ เป็นความหลงใหล รู้สึกผูกพันมาตั้งแต่เด็ก ทุกวันนี้ก็ยังชอบอ่าน ชอบเขียนเล่น

 

หวังไว้ว่าสักวันจะได้เขียน “จริง” กับเขาสักที คงอีกไม่นาน(มั้ง).

โฆษณา

ไสวยังไหว

ลอบเข้าไปแทรกซึมวงหมากฮอสเยื้องอนุสาวรีย์คุณย่าได้ราว 2-3 วัน กีฬาหมากกระดานยอดนิยมของไทยคนกลุ่มหนึ่งเล่นอย่างเอาเป็นเอาตาย พวกเขามีกันหลากอาชีพ หมอดู, คนว่างงาน, เก็บของเก่า, ขี้เหล้า ฯลฯ พวกเขาชอบวางเดิมพันเล็กน้อย สบอารมณ์เล่นตามใจหลังเที่ยงคืนจรดเช้า

 เป็นไหม? ผมได้รับคำชวนทำนองนี้จากคนในวงบ่อยครั้ง แม้มั่นใจว่าเล่นหมากฮอสได้ห่วยพอที่จะไม่กล้าวัดฝีมือกับใคร แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นเท่าพวกเขาอยากจะกินหมู (ฮา) ความเรียบง่ายของเกมกีฬาเปี่ยมเอกลักษณ์นี้ หลังการอธิบายเพียงเล็กน้อย ผู้ไม่เคยเล่นมาก่อนสามารถเป็นทันที เดินหมากตาทแยงบนพื้นสี่เหลี่ยมจตุรัสตีตาราง 64 ช่อง ด้วยอุปกรณ์ใกล้มือ ใช้เวลาเล่นแต่ละกระดานไม่นานนัก

wai1

อาจหลุดจากขุมไหน แต่ถ้าประจำฝั่งหนึ่งของกระดานแล้วอวดความสามารถให้ประจักษ์ คุณย่อมได้รับการบูชาปานเทพจำแลง(!?) คนเราควรศรัทธากำลังภายในมากกว่าภายนอก ผมชื่นชอบความรู้สึกเช่นนั้น ในหมู่พวกเขาจึงได้พบกับ ไสว หรือ เซียนไหว สมญาที่คอหมากฮอสเมืองย่ามอบให้ ผู้เผยว่าพรสวรรค์เป็นเพียงส่วนประกอบ สำคัญต้องอาศัยประสบการณ์และการฝึกฝน

รุ่น 20 ระหกระเหินจากนครพนมบ้านเกิดไปตกยากที่อุบลราชธานี เขามีความรู้เพียงชั้นป. ๒ ต้องปั่นสามล้อตั้งแต่บัดนั้น ไม่คิดมากถ้าเป็นอาชีพอิสระแล้วยังได้ออกกำลังกายทุกวัน สมัยก่อนผมน่ะเป็นคนโคตรโง่ โง๊ โง่อย่างไม่อายใคร การเล่นหมากฮอสทำให้พอฉลาดขึ้นบ้าง

แม้จะสมองตันสักปานใด เกมกีฬาเล่นกันในยามว่างของเหล่าสารถีกลับก่ออิทธิพลต่อไสวไม่ยาก เขาเล่นจริงจังเพราะอยากทันคน ลองผิดลองถูกไปเรื่อย อาศัยจดจำกระบวนหมากจากยอดฝีมือ และเมื่อผลแห่งความตั้งใจสุกงอม ห้าปีต่อมาเขากลายเป็นสามล้อฝีมือฉกาจ ยากหาคู่เปรียบในเชิงหมาก กระทั่งเพื่อนฝูงทะลึ่งเล่าว่า สามล้อโคราชมีฝีมือปานเทวดา ไสวก็เหมือนบ้าจี้ รีบกระโดดจับรถไฟทันที

ถึงโคราชไม่พ้นเช่าสามล้อทำกิน พอตั้งหลักได้สักหน่อย ก็อยากเทียบมือเซียน สิงห์นักปั่นเผย อ้วน ปะยางแห่งวัดม่วงคือที่สุดของที่สุด และไสวไม่พ้นแพ้ขาด อ้วน ปะยางไล่ผมให้ไปแก้หมากของ เข สี่ล้อก่อน หมอนั่นรองลงมาจากเขา ไสวในวันนี้ยิ้มเย็น เพราะความทรงจำช่างเหน็บหนาวดังคาด……. ทั้งพยายามแล้วพยายามอีกก็ยังแพ้แล้วแพ้อีก รู้สึกตัวอีกทีอายุปาเข้าไป ๔๐ ขวบนั่นแหล่ะถึงพอจะวัดเข สี่ล้อได้

“ผมมาเหวี่ยงอ้วน ปะยางลงตอนอายุ ๕๐ มั้ง” เขาภาคภูมิใจ

ตามกฎยุทธจักรหมากฮอส ชีวิตสว่างไสวราวนิยายกำลังภายใน กว่าจะถึงวันนี้ที่รอคอยเป็นอยู่อย่างไร ก็ไม่พ้นกินนอนบนสามล้อเช่นเดิม

“เซียนจะอ่านรูปหมากบนกระดานดักไว้ทุกทาง เดินเพียงหนึ่งตากำหนดแพ้ชนะ  หมากฮอสคือการวางกลไก เซียนจะคิดจนตัวสุดท้าย จากดินถึงดวงดาว ผมจะบังคับให้คุณแพ้”

ไสวให้ผมทดลองกับตัวเอง ผมไม่รีรอฉวยโอกาส การจะได้ประมือกับเซียนไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกวันนี้เขาในวัย 55 แทบไม่เล่นกับใคร เพราะไม่มีคนกล้าเล่นจึงต้องเล่นกับตัวเอง วิสัยเขาไร้เมตตา จะเล่นเต็มกำลังทุกครั้ง เดินก่อนได้อาวุธเยอะ เดินหลังเป็นฝ่ายรับ เซียนหมากฮอสอธิบาย ผมชักเกร็ง

ยื่นเอ็มสปอร์ตเครื่องดื่มเกลือแร่ตามคำขอเป็นรางวัล เมื่อครู่ เซียนไหว ทำล็อกพิสดารให้ชม มายากลชัดๆ เดินไม่กี่ตาเขากินผมสี่ต่อก่อนเข้าฮอสสบายใจเฉิบ หมดข้อสงสัยว่าถูกควบคุมโดยมือที่มองไม่เห็น และไสวมองผมเสียทะลุ คิดว่าเล่นอีกกี่หนผลก็ยังออกมาคงเดิม…….

wai2

ตำนานคลั่งของเขาไม่อาจจบ กับคำถามที่ใครต่อใครบังคับตอบ หมากกระดานต่อมาร้ายแรงถึงชีวิต วัย 43 เดินผิดตา จากการเที่ยวผู้หญิงเป็นอาจิณ ไสวคิดว่าตนติดเอดส์

 “ใช่ครับ ผมเคยเป็นเอดส์ เกือบตาย”

ข่าวลือหน้าลานคุณย่าล้วนมีมูล เซียนไหวมีวิธีเอาชนะเอดส์ เขาแก้เกมกระดานนี้ยังไง ฟังคำอธิบาย

“ผมเคยได้ยินเขาอบรมว่า เอดส์ไม่ติดต่อกันทางยุง ผมเลยคิดว่าในยุงมันต้องมีอะไรแน่ๆ”

หลังกลับจากการไปเที่ยวผู้หญิงต่างเมืองไม่นาน ไสวก็ล้มหมอนนอนหงายเมีอาการป่วยไข้รุนแรงตัวเหลืองตาเหลือง ท้องร่วงกินอะไรเข้าไปก็รั่วออก ในเวลาต่อมาได้ข่าวว่าหญิงนางนั้นชิงตายล่วงหน้า เซียนไหวสงสัยจะไม่ไหว เขานอนตากยุงอยู่ข้างศาลากลางด้วยจิตอธิษฐานให้ช่วยดูดพิษเอดส์ และกลัวไม่ได้ผลจึงลองเป็นห่านฟ้ากินยุงอีกวิธี

ไสวรอดตายราวปาฏิหาริย์!! ทุกวันนี้เขาร่างกำยำกล้ามปานกบ ผ่านมา 10 ปี เคยกลับมาทรุดด้วยเอดส์อีกครั้ง (จากการเที่ยวผู้หญิงไม่ป้องกันเช่นเคย) มันทวีความร้ายแรงยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ระคายผู้มีสติแกร่งกล้าเช่นเขา

“คราวนี้ใช้วิธีดีกว่าเดิม ผมช้อนลูกน้ำมาใส่ไว้จนเต็มกระป๋อง แล้วใช้ผ้าขาวมัดปิดปากฝาไว้ พอลูกน้ำกลายเป็นยุงผมก็เทน้ำออกเอายุงที่ได้มาปั้นเป็นก้อนสักประมาณลูกกลอน ยัดลงไปในขวดเอ็มสปอร์ต หมักไว้สักอาทิตย์ให้มันทำปฏิกิริยากันจนน้ำเอ็มสปอร์ตเป็นสีขาวใส ยกขึ้นกินพร้อมออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง เอดส์ก็จะถูกขับออก….. ถ้าไม่เชื่อไปถามชาวบ้านแสนพัน อำเภอธาตุพนมได้เลย ผมเคยไปรักษามาแล้ว พวกนั้นเรียกผมว่า อาจารย์ไหว

wai3

ผมยิ้มแหย พยายามคิดว่าบางทีเขาอาจไม่ได้ติดเอดส์จริงๆก็ได้ หรือถ้าเป็นจริงต้องมีการดูแลรักษาตัวเองดีมาก ไสวชวนผมเล่นหมากฮอสกระดานต่อไป แต่ก่อนหน้านั้นเขาเปิดใต้เบาะสามล้อพร้อมหยิบบางสิ่งออกมา

 “ผมรับฉีดจู๋ด้วย” ไสวอวดปึกรูปถ่ายอวัยวะเพศซึ่งใหญ่จนน่ากลัว ผมตั้งสตินานกว่าจะเข้าใจ

 นี่เองคือรายได้อีกประตูของเขา ด้วยเทคนิคการฉีดน้ำมันมะกอกขวดละสิบสองกับส่วนผสมลึกลับ(ไสวไม่เปิดเผย) จ่ายเพียงพันบาทคุณก็จะได้ยกเครื่องใหม่ให้สาวกรี๊ด หยิกแก้มตัวเองเผื่อจะตื่นจากฝัน ชายคนนี้นอกจากจะเป็นเซียนหมากฮอสผู้พิชิตเอดส์แล้ว ยังรับจ๊อบน่าเกรงขาม ผมคาดเดาหมากกระดานต่อไปไม่ออกจริงๆ.

ชมสารคดี ไสวยังไหว

ไสวยังไหว ก่อนจะกลายมาเป็นหนังสารคดีสั้นต้นแบบของรายการ ภาพชีวิต
เคยเป็นบทความสารคดีที่ ธาตรี ช่างเหล็ก เขียนลงในหนังสือพิมพ์โฟกัสโคราช
ช่วงต้นปี พ.ศ.2550

ยะ

somphob

ชื่อ สมภพ ลิมป์คุ้มธรณี (ยะ,Juninya)

ตำแหน่ง เพื่อนของบอย

เกิด 23 ตุลาคม พ.ศ.2521

สูง 185 cm

น้ำหนัก 85 kg

สีที่ชอบ น้ำเงิน ขาว

อุปนิสัย เป็นคนเงียบๆ เฉยๆ ไม่สุงสิงกับใคร

งานอดิเรก ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ

การศึกษา ปริญญาโทรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, นิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา

ผลงาน

  • พ.ศ. 2551 เขียนบทความออทิสติกที่ไร้ขีดจำกัดลงในบล็อก exteen.com
  • พ.ศ. 2552 จนถึงปัจจุบัน เขียนคอลัมน์ศิลปะ บันเทิง ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์โคราชรายวัน
  • พ.ศ. 2553 เขียนพ็อกเก็ตบุ๊ค นายพลรอมเมล จิ้งจอกทะเลทราย และเอ็มเบดการ์ ด็อกเตอร์หัวใจพุทธะ ให้สำนักพิมพ์ปราชญ์
  • พ.ศ. 2554 เขียนพ็อกเก็ตบุ๊ค ตามรอยเท้ายักษ์ ให้สำนักพิมพ์ปราชญ์
  • พ.ศ. 2558 เขียน e-Book เรื่อง เด็กใจเพชร ให้ That Publishing

ความสามารถ เขียนบทความ พ็อกเก็ตบุ๊ค และรายงานการวิจัย

แสงสว่างในความมืด

 แม้พิการทางสายตา

แต่จ้อยมีความฝันที่จะทำอัลบั้มเพลงของตนเอง

วันหนึ่งในเดือนกรกฎาคม 2557 จ้อยได้มีโอกาสไปกราบหลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณ ซึ่งกำลังอาพาธที่วัดป่าสุคะโต และได้รับงานแต่งเพลง “ป่าร้องไห้”  ซึ่งเป็นบทกลอนที่หลวงพ่อคำเขียนได้เขียนเอาไว้เพื่อการอนุรักษ์ป่าไม้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้ จ้อยปัดฝุ่นความฝันของตนขึ้นมาอีกครั้ง

จ้อยไหว้วานเพื่อนที่ขอนแก่นชื่อ อนุชิต สิงห์ทอง (ผู้พิการทางสายตาเช่นกัน) ทำดนตรีขึ้นมาในคอมพิวเตอร์ โดยคิดราคามิตรภาพเพลงละ 500 บาท ครูฎา(บ้านคณิตฯ) จึงรวบรวมเงินจากกัลยาณมิตร คือกลุ่มรวมพลคนรักลูก คุณนัน (บริษัท คลังอะไหล่ยานยนต์)  คุณเล็ก (ร้านเล็กบรรจุภัณฑ์ สำเพ็งโคราช) สมทบทุนการทำ Backing Track ทั้งหมด 6 เพลง เป็นเงิน 3000 บาท ซึ่งเพลงที่เหลือจากนั้น จ้อยตั้งใจทำเป็น acoustic และอื่นๆ

เมื่อ Backing Track พร้อม ก็มาสู่ขั้นตอนการบันทึกเสียงร้อง แต่เดิมตั้งใจจะทำที่ห้องอัดในชัยภูมิ ตามที่พระอ.โน้สเคยเสนอไว้ แต่ระหว่างที่รอคำตอบอยู่นั้น คุณสมรรถ (บ้านแห่งไหม) ก็คุยกับคุณจ้อยและอยากจะช่วยเหลือ โดยแจ้งว่า หมาก (ลูกชายคุณสมรรถ) สามารถทำการบันทึกเสียงให้ได้ โดยใช้ studio ที่บ้านของคุณสมรรถและลูกชาย (Convoy Art Studio)

joi collage

การบันทึกเสียงครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเดือน ตุลาคม 2557 ที่ Convoy Art Studio และผลงานที่ได้ก็เป็นที่พอใจของจ้อย เพราะกว่าที่แต่ละเพลงจะเสร็จสมบูรณ์ ต้องแก้ไขปรับเปลี่ยนภายใต้ข้อจำกัดหลายครั้ง ขั้นตอนการบันทึกเสียงค่อนข้างใช้เวลายาวนาน ด้วยเหตุที่ทำได้เฉพาะวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันที่ทุกคนว่างเว้นจากการงาน แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมแต่ละคน จึงทำได้เพียงบางสัปดาห์เท่านั้น

กว่างานจะเสร็จสมบูรณ์ก็เข้าสู่เดือน พฤษภาคม 2558  จากนั้นก็เป็นกระบวนการออกแบบ artwork ปกซีดี และการประชาสัมพันธ์ โดยภาระนี้ตกเป็นของ บอย ธาตรี (รายการภาพชีวิต แพร่ภาพทาง kctv เคเบิ้ลทีวีโคราช) ผู้รับอาสาจัดทำให้เป็นอัลบั้มที่สมบูรณ์ สุดท้ายก็เป็นการส่งข้อมูลทั้งหมดเข้าโรงงานปั๊มแผ่น ต้นทุนในการปั๊มแผ่นเป็นเงินทั้งสิ้น 9750 บาท ไม่รวมค่าขนส่ง โดยค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้รับการช่วยเหลือจาก คุณวิชัย นิลพงษ์ (บริษัท คลังอะไหล่ยานยนต์) มอบให้มาทั้งสิ้น 10000 บาท

บุคคลที่ถูกกล่าวถึงมาข้างต้น และอีกหลายคนที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ ได้เข้ามามีส่วนช่วยเหลือในขั้นตอนต่างๆของอัลบั้มเพลงชุดนี้ ล้วนเป็นผู้ที่ได้เคยสัมผัสเรื่องราวชีวิต และ ฝีมือการเล่นดนตรี การร้อง การแต่งเพลงของจ้อย  จึงร่วมเป็นจิตอาสาเข้ามาช่วยเหลือ ด้วยใจหวังว่าอัลบั้มเพลงนี้จะเป็นเครื่องมือเบื้องต้นในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับจ้อย และเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ให้เขาเดินหน้าต่อไปในสายธรรม.

ฟังเพลงของจ้อย

**ปลายเดือนสิงหาคม 2558 รายการภาพชีวิตได้นำเสนอชีวิตจ้อยหลังจากขายซีดีเพลง

บอย

glitch_6

ชื่อ  ธาตรี ช่างเหล็ก (บอย)

ตำแหน่ง  โปรดิวเซอร์,ถ่ายภาพ,ตัดต่อ

เกิด  8 มีนาคม พ.ศ. 2521

สูง 173 cm

น้ำหนัก 60 kg

สีที่ชอบ  กรมท่า,ดำ

อุปนิสัย  เป็นคนสนุกสนาน มีโลกส่วนตัว รักสัตว์

งานอดิเรก  อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ออกกำลังกาย

การศึกษา  นิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา,ประกาศนียบัตรนิเทศศาสตร์สาขาภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

ผลงาน

  • คอลัมนิสต์ศิลปะบันเทิง หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น คนอีสาน (โคราชรายวัน) พ.ศ. 2546 – 2552
  • คอลัมนิสต์นิตยสาร Thick a Seat พ.ศ. 2547
  • โปรดิวเซอร์รายการ ค้นโคราช และรายการธรรมะ ที่ KCTV พ.ศ. 2548
  • เจ้าหน้าที่ตัดต่อรายการ คนค้นคน บ.ทีวีบูรพา พ.ศ. 2548
  • คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น โฟกัสโคราช พ.ศ. 2548 – 2549
  • ได้รับทุนทำสารคดีมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ เรื่อง ไสวยังไหว พ.ศ. 2550
  • เขียนเรื่องให้การ์ตูนไทย H.O.S (บท/สตอรี่บอร์ด) พ.ศ. 2551 – 2552
  • หนังสั้นเรื่อง กล้วย (มูลนิธิเข้าถึงเอดส์) พ.ศ. 2555
  • ผลิตรายการ ภาพชีวิต สารคดีท้องถิ่น ที่ KCTV ตั้งแต่ปลายปีพ.ศ. 2550 จนถึงปัจจุบัน

ความสามารถ  เขียนสคริปต์, บทความ, วาดการ์ตูน, ถ่ายภาพ, ถ่ายวีดีโอ ฯลฯ วางแผนและผลิตสื่อ

กำเนิด ภาพชีวิต

ผมชื่อ ธาตรี ช่างเหล็ก เรียนจบจากมหาวิทยาลัยในบ้านเกิดที่จังหวัดนครราชสีมา สาขานิเทศศาสตร์

สมัยเด็กๆผมมีความรักในการดูหนัง และอ่านการ์ตูน เมื่อศึกษาจบระดับอุดมศึกษา ผมก็พยายามเดินตามรอยความฝันนักเขียนการ์ตูน แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ ผมว่างงานไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เวลาผ่านไปประมาณ 2 ปี จึงมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งมาชวนผมไปสมัครทำงานที่บริษัทเคเบิลทีวีท้องถิ่น KCTV

เนื่องจากทรัพยากรในบริษัทเคเบิลทีวีท้องถิ่นมีจำกัด ผมจึงได้รับการฝึกฝนการทำรายการสารคดีด้วยตัวคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นเขียนบท กำกับ ตัดต่อ ด้วยข้อจำกัดในด้านการผลิตและระยะเวลาในการทำงาน ผมรู้สึกสนุกและท้าทายมาก ค้นโคราช เป็นรายการที่ผมทำเลียนแบบรายการ คนค้นคน ของช่อง 9 โมเดิร์นไนน์สมัยนั้น ผมส่ง ค้นโคราช ไปให้รายการ คนค้นคน พิจารณา และในเวลาไม่นานนักผมก็ได้ทำงาน คนค้นคน โดยตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายคือ ช่างตัดต่อรายการ

ถ่ายสารคดี

ทำงานตัดต่อกับ คนค้นคน ไม่นาน ผมก็ลาออก เพราะไม่ถนัดการทำงานในระบบเข้มงวด ออกมาโต๋เต๋อยู่พักหนึ่ง ผมก็ได้มีโอกาสเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ โฟกัสโคราช ที่เพื่อนผมจัดพิมพ์ ในคอลัมน์ชื่อเดียวกับสารคดีที่ผมเคยทำ ค้นโคราช มีอยู่ฉบับหนึ่งที่ผมเขียนเรื่องเกี่ยวกับ ไสว หรือ เซียนไหว ซึ่งเป็นสามล้อที่มีความน่าสนใจ เขามีความเชื่อว่าตนเองเป็นเอดส์ และสามารถรักษาหายได้ด้วยการกินเอ็มสปอร์ตใส่ยุง ประจวบกับตอนนั้นผมได้เห็นการประกวดขอทุนทำสารคดีของมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ผมจึงส่งเรื่องของไสว และผมก็ได้รับทุนมาทำสารคดีเรื่อง ไสวยังไหว

หลังจาก ไสวยังไหว ทำให้ผมมีความมั่นใจในตนเองว่า น่าจะยึดการทำงานรายการสารคดีเป็นอาชีพหาเลี้ยงตัวเองในบ้านเกิดได้ ผมกลับเข้าไปเสนอโปรเจครายการสารคดีท้องถิ่นที่บริษัทโคราชเคเบิลทีวี KCTV อีกครั้ง คราวนี้ผมเอา ไสวยังไหว เป็นเทปเดโม ซึ่งก็ทำให้ผมได้งานตามคาด ผมตั้งชื่อรายการใหม่ว่า ภาพชีวิต เป็นชื่อที่สื่อง่ายๆถึง ภาพเคลื่อนไหว ผมได้ทำงานสารคดีในแบบที่ผมอยากทำ ในเรื่องที่ผมอยากเล่า ตราบจนทุกวันนี้

รายการสารคดี ภาพชีวิต ปัจจุบันผมก็ยังทำรายการในทุกตำแหน่งด้วยตัวคนเดียวเหมือนเดิม ผมไม่รู้ว่าในไทยมีคนทำงานแบบผมอยู่กี่คน ที่ทำคนเดียวทุกอย่าง ถือกล้องวีดีโอออกไป แล้วกลับเป็นรายการสารคดีเสร็จสมบูรณ์ในเวลากำหนด เมื่อก่อนผมทำส่งเป็นรายสัปดาห์ จนไปเป็นรายปักษ์ เผยแพร่ในเคเบิลทีวีท้องถิ่นในโคราช เคซีทีวี และเครือข่ายอื่น จนปัจจุบันก็เป็นเวลา 8 ปีแล้ว

ผมเชื่อว่า ทุกคนสามารถเป็นคนทำงานสารคดี ผลิตสารคดีได้ด้วยเรื่องใกล้ๆตัว โดยไม่ต้องมีทีมงานใหญ่โต อุปกรณ์ที่ใช้ทำงานอะไรก็ได้ที่บันทึกภาพได้ (ผมใช้กล้อง DSLR-Like ยี่ห้อ Panasonic Lumix DMC-FZ100 และกล้องจากโทรศัพท์มือถือ) มีคนที่ทำงานแบบนี้อยู่จริง และเลี้ยงชีพได้ ขอแค่มีความศรัทธาและรักในงาน (ส่วนสาเหตุที่ทำไมผมถึงเลือกทำงานคนเดียว ก็เพราะเรื่องค่าตอบแทนที่น้อยเกินกว่าที่จะต้องแบ่งให้ทีมงานคนอื่น)

การที่ได้ถ่ายชีวิตของคนอื่น ทำให้ผมได้ย้อนกลับมาดูตัวเองเสมอ

boy vintage