งานประกวดสารคดี

เหตุการณ์สำคัญในชีวิตผมเริ่มขึ้นเมื่อปี 2007

พ.ศ.2550 หลังจากที่ผมลาออกจาก บ.โคราชเคเบิล KCTV ไปทำงานเป็นพนักงานตัดต่อรายการ คนค้นคน บ.ทีวีบูรพา ได้สามเดือนแล้วหนีออกมา (ไม่ผ่านโปร)

ท่ามกลางความเคว้งคว้าง สิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตก็คือ สารคดี ผมเขียนบทความสารคดีให้เพื่อนที่ทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นโคราช

ขณะเขียนคอลัมน์ ค้นโคราช เกี่ยวกับเรื่องราวของสามล้อผู้เชื่อว่าตัวเองรักษาเอดส์ได้ ลงใน หนังสือพิมพ์โฟกัส โคราช นึกแปลกใจเรื่องราวเกี่ยวกับเซียนหมากฮอสไหงไปจบลงด้วยโรคร้าย เมื่อไม่เคยสัมผัสผู้ติดเชื้อในระยะประชิดมาก่อน ความจริงจากปากไสวผมเชื่อครึ่งเดียว เขามาบอกว่าแฮบปี้กับชีวิตนี่ยังไงผมก็ว่าตอแหล

เหมือนมีอะไรมาดลใจ บังเอิญได้รับรู้ข่าวการประกวดฯ (โครงการประกวดสารคดีของ มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ aids access ชื่อโครงการ หนังม่านรูด 3 ) ตรงความสนใจของผมพอดี จากที่ไม่อยากจะแข่งขันกับใคร ก็เอาวะ ลองดูหน่อยไม่เสียหาย (ถ้าได้รับเลือกมีทุนให้ไปทำ)

ลงชื่อสมัครทางเนตเพื่อเข้าร่วม หลังจากนั้นทีมงานนัดหมายไปยังจุดหมาย (โรงแรม ปรินส์ตันปาร์ค แถวศูนย์ไทยญี่ปุ่น ดินแดง) การอบรมสองวันจากพี่ๆวิทยากรน่าประทับใจเกินคาด ทัศนคติเกี่ยวกับเอดส์ของผมเรียกว่าพลิกจากหลังตีนเป็นหน้ามือทีเดียว

ได้หยิบ ค้นโคราช มาเขียนเป็นโครงเรื่องสารคดีส่งประกวดนับว่าเป็นโอกาสอย่างหนึ่ง

ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 9 ผู้รับทุนทำสารคดีนับว่าเป็นโอกาสอย่างสอง

ทุน 23000 บาท จากมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ฯ ผมใช้ไปกับการผ่อนกล้องวีดีโอ MiniDV และเป็นค่าใช้จ่ายในการถ่ายทำสารคดี ความยาวไม่เกิน 20 นาที

ระยะเวลา 3 เดือนที่ถ่ายทำจนแล้วเสร็จ และได้ฉายเผยแพร่ในโรงภาพยนตร์ (ปลายเดือน ต.. 2550) เป็นช่วงเวลาที่ผมตัดสินใจยึดอาชีพ เป็นคนทำงานสารคดี

aids access

1.โครงการประกวดหนังม่านรูด 3 Staying Positive (หัวข้อที่กำหนดในปีนั้นคือ สารคดี)

2. วันที่ 26-27 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 work shop เติมความรู้แก่ผู้แข่งขันโดยมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ที่ โรงแรม ปรินส์ตันปาร์ค

3. วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2550 work shop การถ่ายทำสารคดี ณ สมาคมนักเรียนคริสเตียน

4. ดีใจหลังจากได้รับเลือกให้ทุนในการทำสารคดีเรื่อง ไสวยังไหว

ไสวยังไหว

ลอบเข้าไปแทรกซึมวงหมากฮอสเยื้องอนุสาวรีย์คุณย่าได้ราว 2-3 วัน กีฬาหมากกระดานยอดนิยมของไทยคนกลุ่มหนึ่งเล่นอย่างเอาเป็นเอาตาย พวกเขามีกันหลากอาชีพ หมอดู, คนว่างงาน, เก็บของเก่า, ขี้เหล้า ฯลฯ พวกเขาชอบวางเดิมพันเล็กน้อย สบอารมณ์เล่นตามใจหลังเที่ยงคืนจรดเช้า

 เป็นไหม? ผมได้รับคำชวนทำนองนี้จากคนในวงบ่อยครั้ง แม้มั่นใจว่าเล่นหมากฮอสได้ห่วยพอที่จะไม่กล้าวัดฝีมือกับใคร แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นเท่าพวกเขาอยากจะกินหมู (ฮา) ความเรียบง่ายของเกมกีฬาเปี่ยมเอกลักษณ์นี้ หลังการอธิบายเพียงเล็กน้อย ผู้ไม่เคยเล่นมาก่อนสามารถเป็นทันที เดินหมากตาทแยงบนพื้นสี่เหลี่ยมจตุรัสตีตาราง 64 ช่อง ด้วยอุปกรณ์ใกล้มือ ใช้เวลาเล่นแต่ละกระดานไม่นานนัก

wai1

อาจหลุดจากขุมไหน แต่ถ้าประจำฝั่งหนึ่งของกระดานแล้วอวดความสามารถให้ประจักษ์ คุณย่อมได้รับการบูชาปานเทพจำแลง(!?) คนเราควรศรัทธากำลังภายในมากกว่าภายนอก ผมชื่นชอบความรู้สึกเช่นนั้น ในหมู่พวกเขาจึงได้พบกับ ไสว หรือ เซียนไหว สมญาที่คอหมากฮอสเมืองย่ามอบให้ ผู้เผยว่าพรสวรรค์เป็นเพียงส่วนประกอบ สำคัญต้องอาศัยประสบการณ์และการฝึกฝน

รุ่น 20 ระหกระเหินจากนครพนมบ้านเกิดไปตกยากที่อุบลราชธานี เขามีความรู้เพียงชั้นป. ๒ ต้องปั่นสามล้อตั้งแต่บัดนั้น ไม่คิดมากถ้าเป็นอาชีพอิสระแล้วยังได้ออกกำลังกายทุกวัน สมัยก่อนผมน่ะเป็นคนโคตรโง่ โง๊ โง่อย่างไม่อายใคร การเล่นหมากฮอสทำให้พอฉลาดขึ้นบ้าง

แม้จะสมองตันสักปานใด เกมกีฬาเล่นกันในยามว่างของเหล่าสารถีกลับก่ออิทธิพลต่อไสวไม่ยาก เขาเล่นจริงจังเพราะอยากทันคน ลองผิดลองถูกไปเรื่อย อาศัยจดจำกระบวนหมากจากยอดฝีมือ และเมื่อผลแห่งความตั้งใจสุกงอม ห้าปีต่อมาเขากลายเป็นสามล้อฝีมือฉกาจ ยากหาคู่เปรียบในเชิงหมาก กระทั่งเพื่อนฝูงทะลึ่งเล่าว่า สามล้อโคราชมีฝีมือปานเทวดา ไสวก็เหมือนบ้าจี้ รีบกระโดดจับรถไฟทันที

ถึงโคราชไม่พ้นเช่าสามล้อทำกิน พอตั้งหลักได้สักหน่อย ก็อยากเทียบมือเซียน สิงห์นักปั่นเผย อ้วน ปะยางแห่งวัดม่วงคือที่สุดของที่สุด และไสวไม่พ้นแพ้ขาด อ้วน ปะยางไล่ผมให้ไปแก้หมากของ เข สี่ล้อก่อน หมอนั่นรองลงมาจากเขา ไสวในวันนี้ยิ้มเย็น เพราะความทรงจำช่างเหน็บหนาวดังคาด……. ทั้งพยายามแล้วพยายามอีกก็ยังแพ้แล้วแพ้อีก รู้สึกตัวอีกทีอายุปาเข้าไป ๔๐ ขวบนั่นแหล่ะถึงพอจะวัดเข สี่ล้อได้

“ผมมาเหวี่ยงอ้วน ปะยางลงตอนอายุ ๕๐ มั้ง” เขาภาคภูมิใจ

ตามกฎยุทธจักรหมากฮอส ชีวิตสว่างไสวราวนิยายกำลังภายใน กว่าจะถึงวันนี้ที่รอคอยเป็นอยู่อย่างไร ก็ไม่พ้นกินนอนบนสามล้อเช่นเดิม

“เซียนจะอ่านรูปหมากบนกระดานดักไว้ทุกทาง เดินเพียงหนึ่งตากำหนดแพ้ชนะ  หมากฮอสคือการวางกลไก เซียนจะคิดจนตัวสุดท้าย จากดินถึงดวงดาว ผมจะบังคับให้คุณแพ้”

ไสวให้ผมทดลองกับตัวเอง ผมไม่รีรอฉวยโอกาส การจะได้ประมือกับเซียนไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกวันนี้เขาในวัย 55 แทบไม่เล่นกับใคร เพราะไม่มีคนกล้าเล่นจึงต้องเล่นกับตัวเอง วิสัยเขาไร้เมตตา จะเล่นเต็มกำลังทุกครั้ง เดินก่อนได้อาวุธเยอะ เดินหลังเป็นฝ่ายรับ เซียนหมากฮอสอธิบาย ผมชักเกร็ง

ยื่นเอ็มสปอร์ตเครื่องดื่มเกลือแร่ตามคำขอเป็นรางวัล เมื่อครู่ เซียนไหว ทำล็อกพิสดารให้ชม มายากลชัดๆ เดินไม่กี่ตาเขากินผมสี่ต่อก่อนเข้าฮอสสบายใจเฉิบ หมดข้อสงสัยว่าถูกควบคุมโดยมือที่มองไม่เห็น และไสวมองผมเสียทะลุ คิดว่าเล่นอีกกี่หนผลก็ยังออกมาคงเดิม…….

wai2

ตำนานคลั่งของเขาไม่อาจจบ กับคำถามที่ใครต่อใครบังคับตอบ หมากกระดานต่อมาร้ายแรงถึงชีวิต วัย 43 เดินผิดตา จากการเที่ยวผู้หญิงเป็นอาจิณ ไสวคิดว่าตนติดเอดส์

 “ใช่ครับ ผมเคยเป็นเอดส์ เกือบตาย”

ข่าวลือหน้าลานคุณย่าล้วนมีมูล เซียนไหวมีวิธีเอาชนะเอดส์ เขาแก้เกมกระดานนี้ยังไง ฟังคำอธิบาย

“ผมเคยได้ยินเขาอบรมว่า เอดส์ไม่ติดต่อกันทางยุง ผมเลยคิดว่าในยุงมันต้องมีอะไรแน่ๆ”

หลังกลับจากการไปเที่ยวผู้หญิงต่างเมืองไม่นาน ไสวก็ล้มหมอนนอนหงายเมีอาการป่วยไข้รุนแรงตัวเหลืองตาเหลือง ท้องร่วงกินอะไรเข้าไปก็รั่วออก ในเวลาต่อมาได้ข่าวว่าหญิงนางนั้นชิงตายล่วงหน้า เซียนไหวสงสัยจะไม่ไหว เขานอนตากยุงอยู่ข้างศาลากลางด้วยจิตอธิษฐานให้ช่วยดูดพิษเอดส์ และกลัวไม่ได้ผลจึงลองเป็นห่านฟ้ากินยุงอีกวิธี

ไสวรอดตายราวปาฏิหาริย์!! ทุกวันนี้เขาร่างกำยำกล้ามปานกบ ผ่านมา 10 ปี เคยกลับมาทรุดด้วยเอดส์อีกครั้ง (จากการเที่ยวผู้หญิงไม่ป้องกันเช่นเคย) มันทวีความร้ายแรงยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ระคายผู้มีสติแกร่งกล้าเช่นเขา

“คราวนี้ใช้วิธีดีกว่าเดิม ผมช้อนลูกน้ำมาใส่ไว้จนเต็มกระป๋อง แล้วใช้ผ้าขาวมัดปิดปากฝาไว้ พอลูกน้ำกลายเป็นยุงผมก็เทน้ำออกเอายุงที่ได้มาปั้นเป็นก้อนสักประมาณลูกกลอน ยัดลงไปในขวดเอ็มสปอร์ต หมักไว้สักอาทิตย์ให้มันทำปฏิกิริยากันจนน้ำเอ็มสปอร์ตเป็นสีขาวใส ยกขึ้นกินพร้อมออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง เอดส์ก็จะถูกขับออก….. ถ้าไม่เชื่อไปถามชาวบ้านแสนพัน อำเภอธาตุพนมได้เลย ผมเคยไปรักษามาแล้ว พวกนั้นเรียกผมว่า อาจารย์ไหว

wai3

ผมยิ้มแหย พยายามคิดว่าบางทีเขาอาจไม่ได้ติดเอดส์จริงๆก็ได้ หรือถ้าเป็นจริงต้องมีการดูแลรักษาตัวเองดีมาก ไสวชวนผมเล่นหมากฮอสกระดานต่อไป แต่ก่อนหน้านั้นเขาเปิดใต้เบาะสามล้อพร้อมหยิบบางสิ่งออกมา

 “ผมรับฉีดจู๋ด้วย” ไสวอวดปึกรูปถ่ายอวัยวะเพศซึ่งใหญ่จนน่ากลัว ผมตั้งสตินานกว่าจะเข้าใจ

 นี่เองคือรายได้อีกประตูของเขา ด้วยเทคนิคการฉีดน้ำมันมะกอกขวดละสิบสองกับส่วนผสมลึกลับ(ไสวไม่เปิดเผย) จ่ายเพียงพันบาทคุณก็จะได้ยกเครื่องใหม่ให้สาวกรี๊ด หยิกแก้มตัวเองเผื่อจะตื่นจากฝัน ชายคนนี้นอกจากจะเป็นเซียนหมากฮอสผู้พิชิตเอดส์แล้ว ยังรับจ๊อบน่าเกรงขาม ผมคาดเดาหมากกระดานต่อไปไม่ออกจริงๆ.

ชมสารคดี ไสวยังไหว

ไสวยังไหว ก่อนจะกลายมาเป็นหนังสารคดีสั้นต้นแบบของรายการ ภาพชีวิต
เคยเป็นบทความสารคดีที่ ธาตรี ช่างเหล็ก เขียนลงในหนังสือพิมพ์โฟกัสโคราช
ช่วงต้นปี พ.ศ.2550

แสงสว่างในความมืด

 แม้พิการทางสายตา

แต่จ้อยมีความฝันที่จะทำอัลบั้มเพลงของตนเอง

วันหนึ่งในเดือนกรกฎาคม 2557 จ้อยได้มีโอกาสไปกราบหลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณ ซึ่งกำลังอาพาธที่วัดป่าสุคะโต และได้รับงานแต่งเพลง “ป่าร้องไห้”  ซึ่งเป็นบทกลอนที่หลวงพ่อคำเขียนได้เขียนเอาไว้เพื่อการอนุรักษ์ป่าไม้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้ จ้อยปัดฝุ่นความฝันของตนขึ้นมาอีกครั้ง

จ้อยไหว้วานเพื่อนที่ขอนแก่นชื่อ อนุชิต สิงห์ทอง (ผู้พิการทางสายตาเช่นกัน) ทำดนตรีขึ้นมาในคอมพิวเตอร์ โดยคิดราคามิตรภาพเพลงละ 500 บาท ครูฎา(บ้านคณิตฯ) จึงรวบรวมเงินจากกัลยาณมิตร คือกลุ่มรวมพลคนรักลูก คุณนัน (บริษัท คลังอะไหล่ยานยนต์)  คุณเล็ก (ร้านเล็กบรรจุภัณฑ์ สำเพ็งโคราช) สมทบทุนการทำ Backing Track ทั้งหมด 6 เพลง เป็นเงิน 3000 บาท ซึ่งเพลงที่เหลือจากนั้น จ้อยตั้งใจทำเป็น acoustic และอื่นๆ

เมื่อ Backing Track พร้อม ก็มาสู่ขั้นตอนการบันทึกเสียงร้อง แต่เดิมตั้งใจจะทำที่ห้องอัดในชัยภูมิ ตามที่พระอ.โน้สเคยเสนอไว้ แต่ระหว่างที่รอคำตอบอยู่นั้น คุณสมรรถ (บ้านแห่งไหม) ก็คุยกับคุณจ้อยและอยากจะช่วยเหลือ โดยแจ้งว่า หมาก (ลูกชายคุณสมรรถ) สามารถทำการบันทึกเสียงให้ได้ โดยใช้ studio ที่บ้านของคุณสมรรถและลูกชาย (Convoy Art Studio)

joi collage

การบันทึกเสียงครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเดือน ตุลาคม 2557 ที่ Convoy Art Studio และผลงานที่ได้ก็เป็นที่พอใจของจ้อย เพราะกว่าที่แต่ละเพลงจะเสร็จสมบูรณ์ ต้องแก้ไขปรับเปลี่ยนภายใต้ข้อจำกัดหลายครั้ง ขั้นตอนการบันทึกเสียงค่อนข้างใช้เวลายาวนาน ด้วยเหตุที่ทำได้เฉพาะวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันที่ทุกคนว่างเว้นจากการงาน แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมแต่ละคน จึงทำได้เพียงบางสัปดาห์เท่านั้น

กว่างานจะเสร็จสมบูรณ์ก็เข้าสู่เดือน พฤษภาคม 2558  จากนั้นก็เป็นกระบวนการออกแบบ artwork ปกซีดี และการประชาสัมพันธ์ โดยภาระนี้ตกเป็นของ บอย ธาตรี (รายการภาพชีวิต แพร่ภาพทาง kctv เคเบิ้ลทีวีโคราช) ผู้รับอาสาจัดทำให้เป็นอัลบั้มที่สมบูรณ์ สุดท้ายก็เป็นการส่งข้อมูลทั้งหมดเข้าโรงงานปั๊มแผ่น ต้นทุนในการปั๊มแผ่นเป็นเงินทั้งสิ้น 9750 บาท ไม่รวมค่าขนส่ง โดยค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้รับการช่วยเหลือจาก คุณวิชัย นิลพงษ์ (บริษัท คลังอะไหล่ยานยนต์) มอบให้มาทั้งสิ้น 10000 บาท

บุคคลที่ถูกกล่าวถึงมาข้างต้น และอีกหลายคนที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ ได้เข้ามามีส่วนช่วยเหลือในขั้นตอนต่างๆของอัลบั้มเพลงชุดนี้ ล้วนเป็นผู้ที่ได้เคยสัมผัสเรื่องราวชีวิต และ ฝีมือการเล่นดนตรี การร้อง การแต่งเพลงของจ้อย  จึงร่วมเป็นจิตอาสาเข้ามาช่วยเหลือ ด้วยใจหวังว่าอัลบั้มเพลงนี้จะเป็นเครื่องมือเบื้องต้นในการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับจ้อย และเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ให้เขาเดินหน้าต่อไปในสายธรรม.

ฟังเพลงของจ้อย

**ปลายเดือนสิงหาคม 2558 รายการภาพชีวิตได้นำเสนอชีวิตจ้อยหลังจากขายซีดีเพลง